มาตรวจเบาหวานกันเถอะ โดย นายแพทย์ธวัชชัย ภาสุรกุล

img

มาตรวจเบาหวานกันเถิด

                ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานมีหลายอย่าง และน้ำหนักของแต่ละอย่างก็ไม่เท่ากัน มีงานศึกษาปัจจัยเสี่ยงหลายๆอย่างของเบาหวาน แล้วนำข้อมูลมาคำนวณเป็นคะแนนความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานในอนาคต  ซึ่งสามารถใช้ทำนายความเสี่ยงในอีก 12 ปีข้างหน้าได้อย่างแม่นยำพอสมควรในคนไทย

 

 

ใครควรตรวจเบาหวาน

 เบาหวานมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง และแต่ละอย่างก็มีน้ำหนักไม่เท่ากัน แล้วถ้าต้องการตรวจคัดกรองเบาหวาน ควรจะคัดกรองเบาหวานได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

1. ในประชากรทั่วไป ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

2. ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วน (ดัชนีมวลกาย >25 กก./ตร.ม. หรือ >23 กก./ตร.ม.ในคนไทย) ที่มีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

2.1 มีประวัติเบาหวานในครอบครัว เช่น พ่อ, แม่, พี่, น้อง สายตรง

2.2 มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

2.3 เป็นความดันโลหิตสูง หรือรับประทานยารักษาอยู่

2.4 ผู้ที่มีไขมันผิดปกติ HDL <35 มก/ดล. และ/หรือ Triglyceride >250 มก/ดล. หรือรับประทานยารักษา

2.5 ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย

2.6 กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovarian syndrome) ในผู้หญิง

2.7 ผู้ที่มีลักษณะทางคลินิกที่เกิดร่วมกับ “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” (Insulin resistance) เช่น อ้วนมาก (severeobesity), Acanthosis nigricans (รอยปื้นดำ หนา ขรุขระ ที่บริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ เป็นต้น

2.8 ผู้หญิงที่อ้วน และวางแผนที่จะมีบุตร ควรตรวจเบาหวาน หรือภาวะก่อนเบาหวาน ด้วย

2.9 เชื้อชาติที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อัฟริกันอเมริกัน, ละติน, อินเดียนแดง, กลุ่มชนหมู่เกาะแปซิฟิก เป็นต้น  บุคคลเหล่านี้ ควรตรวจเบาหวานในทุกอายุ                                                                                          

3. ผู้ที่อยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน (น้ำตาลสูงกว่าปกติ แต่ไม่ถึงเกณฑ์วินิจฉัยเบาหวาน ได้แก่ IFG +/- IGT))

                3.1 HbA1c อยู่ระหว่าง 5.7-6.4%,

                3.2 ค่าน้ำตาลหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมงขึ้นไป อยู่ระหว่าง 100-125 มก/ดล. (Impaired fasting glucose หรือ IFG คือน้ำตาลขณะอดอาหารบกพร่อง)

                3.3 ผู้ที่ทดสอบความทนต่อน้ำตาล ด้วยการดื่มกลูโคส 75 กรัม และน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมงหลังดื่มกลูโคสอยู่ระหว่าง 141-199 มก./ดล.

      ควรได้รับการตรวจเบาหวานทุกปี

4. ผู้หญิงที่มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes mellitus) ควรตรวจเบาหวานตลอดไป อย่างน้อยทุก 3 ปี (กรณีที่ยังไม่เป็น)

5. ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ (HIV)

6. ถ้าตรวจแล้วปกติ ควรตรวจอย่างน้อยทุก 3 ปี หรือแล้วแต่ปัจจัยเสี่ยง และผลการตรวจ

ประโยชน์การตรวจคัดกรองเบาหวาน

     - ไม่มีใครทราบ “จุดเริ่มต้น” (onset) ของเบาหวาน จะเป็นเมื่อไหร่ และส่วนใหญ่ไม่มีอาการอะไร

     - ถ้ารู้ตัวว่าเป็นภาวะก่อนเบาหวาน อาจสามารถป้องกัน หรือชะลอการเป็นเบาหวานในอนาคตได้

     - การวินิจฉัยเบาหวานได้เร็ว อาจรักษาหายได้ หรือป้องกันและชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนได้

     - ภาวะก่อนเบาหวาน และเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดแดงตีบ

 

“มาตรวจเบาหวานกันเถิด”  เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต ไม่ต้องกลัวถ้าจะต้องเป็น ดีกว่าเป็นโดยไม่รู้ ป้องกันดีกว่ารักษา เพราะฉะนั้น “มาตรวจเบาหวานกันเถิด” 

เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นเบาหวาน และป้องกันเบาหวานไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน

Share

tab